ปัญหาสุขภาพจิตกับการติดสารเสพติด
2010-07-18 23:58
ปัญหาสุขภาพจิตกับการติดสารเสพติด
วิธีสังเกตคนติดยา
การจะช่วยลูกหลานของคุณให้พ้นจากภัยยาเสพติดได้นั้น นอกจากท่านจะต้องเลี้ยงดูเขาด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ให้ความอบอุ่น และชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องให้แก่เขาแล้ว ท่านควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเขาด้วย เพราะเขาอาจพลาดพลั้งติดยาเสพติดได้ เพราะอยากรู้อยากลอง หรือปฏิเสธเพื่อนไม่ได้ ซึ่งอาการที่จะบ่งบอกได้ว่าเด็กติดยามีดังต่อไปนี้คือ
เด็กอาจเริ่มแสดงออกว่ามีปัญหากลุ้มใจบางอย่าง อาจเริ่มไม่อยากไปโรงเรียน หนีเรียน ไม่ส่ง การบ้านครู ผลการเรียนแย่ลง อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางหงุดหงิด ก้าวร้าว บางคนจะมีอาการซึมเศร้าเหงาหงอย เก็บตัว แยกตัวออกจากสังคมและครอบครัว
นอกจากนี้ คุณอาจสังเกตได้จากสิ่งของที่เด็กเก็บสะสมไว้ เช่น อาจมีเม็ดยาแคปซูล หรือยาที่คุณ ไม่รู้จักเก็บไว้ มีทินเนอร์ หรือกาว มีถุงพลาสติกที่ทากาวได้ มีผ้าชุบทินเนอร์และทากาวไว้เป็นจำนวนมาก มีขวดยาแก้ไอที่มีสารจำพวกฝิ่นผสมอยู่ อาจพบช้อนที่หักงอ กระบอกฉีดยา ยาหยอดตา และ ก้อนสำลี ในห้องของเด็ก เป็นต้น
คุณยังอาจได้กลิ่นแปลกๆ จากลมหายใจและเสื้อผ้าของเขา อาจได้กลิ่นกัญชาซึ่งคล้ายเชือกไหม้ไฟ หรือกลิ่นธูปที่เขาจุดอำพรางกลิ่นกัญชา และจะสังเกตได้ว่าเด็กจะชอบสวมแว่นกันแดดและใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวเป็นประจำ อาจพบหยดเลือดบนแขนเสื้อด้วย
เด็กที่ติดยาจะมีปัญหาการเงินต้องขโมยทรัพย์สินในบ้าน เช่น เงินทอง วิทยุ กล้องถ่ายรูป เครื่องประดับ เป็นต้น เอาไปขายหรือจำนำ ทำให้ของในบ้านหายอยู่บ่อยๆ
ถ้าสังเกตเห็นพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ โปรดอย่านิ่งดูดาย ให้พูดคุยกับเด็กดีๆ ก่อน แล้วจึงรีบพาไปรับการรักษาโดยด่วน ยิ่งรักษาเร็วเท่าใด โอกาสที่จะเลิกยาได้ก็มีมากเท่านั้น
ยาเสพติดดับทุกข์ได้จริงหรือ
ความทุกข์จะดับลงได้ก็ด้วยการขจัดเหตุแห่งความทุกข์ให้หมดไปเท่านั้น แต่ยาเสพติดมีฤทธิ์เพียงทำให้หลงลืมโลกปัจจุบัน ลืมปัญหาต่างๆ หรือบางทีก็กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว สดชื่น รื่นเริงกว่าปกติ
ยาเสพติดจึงไม่ได้ช่วยดับทุกข์ให้คุณ เพียงแต่ทำให้คุณลืมความทุกข์ได้ชั่วคราวเท่านั้นเอง
ส่วนพิษภัยที่ตามมาจากการติดยา จะทำให้ร่างกายของคุณทรุดโทรม จิตใจกระวนกระวายอยากเสพแต่ยา ทำอะไรโดยปราศจากความยั้งคิด เพื่อให้ได้ยามาเสพ ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมย ปล้นจี้ ขายบริการทางเพศ หรือแม้แต่การทำร้ายพ่อแม่พี่น้องที่ใกล้ชิด เพื่อให้ได้ยามาเสพ
จึงยิ่งเป็นการก่อความทุกข์ให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคม
ยาเสพติดช่วยดับทุกข์ไม่ได้หรอก แต่กลับจะเพิ่มทุกข์ให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ
เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงให้ห่างยาเสพติดเข้าไว้จะเป็นการดีที่สุด
ยาเสพติดช่วยเพิ่มหรือลดสมรรถภาพทางเพศ
คุณๆ หลายคน อาจจะเข้าใจผิดคิดว่ายาเสพติดช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้
แต่เรื่องนี้อยากบอกว่าไม่เป็นความจริง
เพราะยาเสพติดบางชนิดเพียงแค่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศ อยากร่วมเพศเท่านั้นเอง และเมื่อยากระตุ้นให้เกิดความต้องการทางเพศแล้ว บุคคลนั้นจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จะหมดความละอาย ขาดสติ จนทำให้มีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้ โดยไม่ตั้งใจ
นอกจากนั้นยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมาก เช่นการติดเชื้อกามโรค การติดโรคเอดส์ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ การถูกข่มขู่บังคับให้ทำสิ่งผิดกฎหมาย หรือถูกข่มขู่เอาเงินจากมิจฉาชีพที่หากินจากการใช้ยาเสพติด รวมทั้งการกระตุ้นอารมณ์เพศของเหยื่อ เป็นต้น
นอกจากนี้ยาเสพติดยังกระตุ้นให้ความรู้สึกทางเพศลดลง และอาจรุนแรงถึงขั้นไร้สมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย
เพราะฉะนั้น จึงควรอยู่ให้ห่างไกลจากยาเสพติดไว้ดีกว่า เพราะอันตรายที่จะเกิดตามมามีมากเกินกว่าที่จะคาดคิด
วิธีการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนเสพยา
คุณเคยถูกเพื่อนชักชวนให้ลองเสพยาบ้างหรือไม่ แล้วคุณก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเพื่อนอย่างไรดีใช่รึเปล่า
การยอมทำตามเพื่อนในทางที่ผิด จะส่งผลเสียร้ายแรงเกินคาด หากถูกจับได้จะถูกลงโทษอย่างหนัก ทำให้เสียชื่อเสียง เสียอนาคต พ่อแม่ก็จะต้องเสียใจด้วย และถ้าเสพมากเกินไป อาจเป็นอันตรายถึงตายได้
ดังนั้น ทางที่ดีควรปฏิเสธเสียตั้งแต่แรกเมื่อถูกชักชวนจะดีกว่า
โดยการบอกเพื่อนอย่างหนักแน่นตรงไปตรงมาว่า “เราไม่ขอลองนะ เพราะไม่ชอบ และเราก็ไม่ชอบให้ใครมาบังคับด้วย ถ้ายังรักจะเป็นเพื่อนกันต่อไป ก็อย่ามารบเร้าเราดีกว่า”
ที่สำคัญต้องไม่ใจอ่อนเด็ดขาด ต้องยืนกรานคำพูดเดิมทุกครั้ง
ถ้าถูกข่มขู่บังคับให้เสพยา ควรแจ้งครู อาจารย์ หรือพ่อแม่ให้ทราบ เพื่อจะได้จัดการต่อไป
ทางที่ดีควรเลือกคบเพื่อนที่รักการเรียน หรือเพื่อนกลุ่มที่ชอบทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ดีกว่า เข้าทำนอง คบเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว คบเพื่อนชั่วอัปราชัย
วิธีแก้ปัญหาเมื่อคนใกล้ชิดติดยาเสพติด
หากคุณพบคนใกล้ชิดติดยาเสพติด คุณควรสงบสติอารมณ์เอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหรือโวยวาย ตำหนิติเตียนผู้เสพ เพราะจะทำให้เขารู้สึกอับอาย รู้สึกว่าตัวเองมีความผิด เขาจะเห็นคุณเป็นศัตรูฝ่ายตรงข้าม และหนีห่างจากคุณไปเสียก่อน
ถ้าคุณยังรู้สึกตกใจและหวาดกลัว คุณควรจะปรึกษาหารือกับคนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
เมื่อคุณสามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ก็ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา กับผู้ติดยา ไม่ดุด่าหรือกล่าวโทษเขา แต่สอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเสพยา พยายามทำความเข้าใจเขา เปิดโอกาสให้เขาพูดความสนใจออกมาให้มากที่สุด คุณควรรับฟังอย่างไม่ขัดคอ และมีท่าทีที่เป็นมิตรมากที่สุด
เมื่อผู้ติดยาเริ่มไว้วางใจในตัวคุณ หรือทราบว่าคุณรักและห่วงใยเขา และเป็นพวกเดียวกับเขาแล้ว คุณก็ค่อยๆ ขอร้องให้เขาเลิกเสพ พยายามชี้แนะให้เขาคิดถึงอนาคต คิดถึงสิ่งดีๆ ในชีวิตที่จะเกิดขึ้น หากเขาเลิกยาเสพติดได้สำเร็จ ควรให้กำลังใจเขาโดยบอกว่าคุณจะอยู่เคียงข้างเขาทุกเมื่อ แม้ในขณะที่เขาต้องต่อสู้กับความทรมานในระหว่างการเลิกยา
ถ้าคุณสามารถทำให้ผู้ติดยาเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลิกเอง นั่นแสดงว่าคุณประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะผู้ติดยามีแนวโน้มว่าจะเลิกยาได้สำเร็จมากกว่าการที่คุณจะใช้วิธีการขู่บังคับ หรือจับเขาไปรับการรักษาโดยไม่สมัครใจ เขาย่อมจะหาทางหนีในทุกวิถีทางทีเดียว
เมื่อผู้ติดยายืนยันว่าจะเลิก คุณต้องรีบพาเขาไปบำบัดรักษาทันที และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
และเมื่อเขาเลิกได้แล้ว คุณควรหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ให้เขา อยู่ห่างจากเพื่อนฝูงเก่าๆ เพราะเพื่อนอาจชักชวนให้เขากลับไปเสพยาเสพติดใหม่อีกครั้ง
แม้ว่าการช่วยเหลือผู้ใกล้ชิดที่ติดยา จะเป็นภาระที่หนักหน่วง แต่เพื่อคนที่คุณรัก เราเชื่อว่าคุณจะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ อย่างแน่นอน
วิธีแก้ปัญหาเมื่อคนใกล้ชิดติดเฮโรอีน
ถ้าคนใกล้ชิดของคุณติดเฮโรอีน คุณสามารถช่วยเหลือเขาได้ แต่ก่อนอื่นคุณควรทำใจให้ยอมรับในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียก่อน ไม่สนใจ พยายามเข้าใจและให้ความสนใจอีกฝ่ายมากขึ้น และพยายามชักจูงให้เลิกใช้ยาเสพติดด้วยการให้กำลังใจ บอกถึงความเป็นห่วงที่คุณมีต่อเขา หรือนำไปรับการบำบัดในสถานบำบัดรักษายาเสพติด ในช่วงนี้ก็ให้คุณคอยดูแลทุกข์สุข จัดหาอาหารบำรุงร่างกายให้
และหลังจากที่รักษาหายแล้ว ก็อย่าได้ละเลยการดูแลเอาใจใส่ต่อไป โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกิน ควรเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ บำรุงสุขภาพ ให้ความใกล้ชิด หางานให้ทำ หรือชักชวนทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อไม่ให้มีเวลาว่างมากเกินไป เช่นทำกิจกรรมทางศาสนา ทำบุญ ฝึกสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ จูงใจให้มีการออกกำลังกายอยู่เสมอ หรือชวนไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กลับไปเสพยาเสพติดอีก
วิธีแก้ปัญหาการติดยาบ้าในครอบครัว
ยาบ้าเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดอย่างหนักในสังคมปัจจุบัน
มีคนจำนวนมากติดยาบ้าเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนใหญ่ถูกชักจูงให้หลงเชื่อว่า ยาบ้าจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง สามารถอดทนต่อการทำงานหนักได้เป็นเวลานานๆ ทำให้อ่านหนังสือได้ดึกๆ โดยไม่อ่อนเพลีย รวมทั้งช่วยลดความอ้วนด้วย ทำให้มีคนจำนวนมากเลือกใช้ยาบ้าเพราะความเข้าใจผิดๆ
แต่แท้จริงแล้วยาบ้าเป็นยาเสพติดร้ายแรงที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม ทำให้ผู้เสพมีอาการทางจิต เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เอะอะอาละวาด ประสาทหลอน และหวาดระแวง กลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย จึงต้องทำร้ายผู้อื่นก่อนเพื่อป้องกันตัว เช่น กรณีของการจี้เด็กหรือผู้หญิงเป็นตัวประกัน เพื่อขู่ไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ดังที่ปรากฏให้เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ
คุณควรหมั่นเตือนสมาชิกในครอบครัวให้เห็นโทษของยาบ้า และอย่าได้ลองเสพเด็ดขาด เพราะมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น
ที่สำคัญคุณควรสร้างความรักความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้น มีความรักใคร่ห่วงใยกัน แต่ละคนจะได้มีความยั้งคิด ไม่ทำสิ่งที่ผิดๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้คนในครอบครัวเสียใจนั่นเอง
แต่ถ้ามีสมาชิกในครอบครัวของคุณคนใดคนหนึ่งติดยาบ้า คุณควรบอกสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว ให้มีความเข้าใจและไม่ตำหนิติเตียนคนที่ติดยา เพราะถ้าไม่เช่นนั้นอาจทำให้เขาหนีห่างจากครอบครัวไปอีก
คุณควรจะค่อยๆ ปลอบเขา พูดกับเขาดีๆ ขอให้เขาเลิกใช้ยาบ้าเพื่ออนาคตของเขาเอง และเพื่อคนอื่นๆ ในครอบครัวที่ยังรักเขาอยู่
เมื่อคุณเกลี้ยกล่อมให้เขาตัดสินใจเลิกได้แล้ว ก็ควรพาเขาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป
วิธีปฏิบัติเมื่อคนใกล้ชิดติดสุรา
คุณกำลังกลุ้มใจที่คนใกล้ชิดของคนติดสุราอยู่หรือเปล่า
คุณคงหนักใจกับพฤติกรรมการเมาอย่างไร้สติของเขาอยู่ใช่ไหม แล้วก็วิตกด้วยว่า ในอนาคตเขาต้องเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น มะเร็งตับ โรคตับแข็ง เป็นต้น ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานและอายุสั้นด้วย
ถ้าคุณอยากให้คนใกล้ชิดเลิกเหล้า กรมสุขภาพจิตมีข้อแนะนำดังต่อไปนี้คือ
หากคุณว่ากล่าวตักเตือน ตำหนิติเตียน เขามาโดยตลอด แต่เขาก็ยังไม่เลิก ก็ให้คุณเปลี่ยนท่าทีใหม่มาเป็นความพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของเขา พยายามเข้าใจว่าทำไมเขาจึงต้องดื่มเหล้า เขาจะได้มีความรู้สึกว่าคุณเป็นพวกเดียวกับเขา ไม่ใช่เป็นศัตรูหรือเป็นคนละพวกกันอย่างที่ผ่านมา
เมื่อเขาเริ่มไว้วางใจคุณมากขึ้น ก็ให้คุณพยายามหว่านล้อมพูดกับเขาดีๆ ให้เหตุผลว่าคุณรักและเป็นห่วงเขา ถ้าเขาเลิกเหล้าได้จะเป็นผลดีทั้งต่อตัวเขาเองและครอบครัวด้วย
เมื่อเขามีความคิดจะเลิกเหล้า คุณต้องรีบพาเขาไปพบแพทย์ทันทีก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ คอยให้กำลังใจ คอยดูแลเขาให้ผ่านช่วงแรกของความทรมานไปให้ได้ คุณต้องอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
นอกจากนี้ควรหากิจกรรมที่เพลิดเพลินให้เขาทำ ทดแทนช่วงเวลาที่เขาดื่มเหล้าด้วย เขาจะได้ลดอาการทุรนทุรายลง
หากเขาตั้งใจจริง และคุณก็พร้อมที่จะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ โอกาสที่เขาจะเลิกเหล้าได้ก็มีมากเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
------------------------------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจากคู่มือรวมความรู้สุขภาพจิตจากบริการ 1667

![[[ที่นี่ล้านนา]] ศูนย์รวมหลากหลายเรื่องราวของชาวล้านนา](image/logo.gif)











ความเห็น