เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

thejeekung

thejeekung的บล๊อก

thejeekung的主頁 | ดูทั้งหมด

ปัญหาบุคลิกภาพ

2010-07-18 23:52
 
 
 
ปัญหาบุคลิกภาพ
 
 
คนขี้อาย
 
                คุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนขี้อายหรือเปล่า
                คุณมักรู้สึกว่าคนอื่นๆ คอยจับจ้องคุณอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม ไม่ว่าคุณจะไปไหนหรือทำอะไร ก็รู้สึกว่าต้องตกเป็นเป้าสายตาของใครๆ อยู่เสมอ และพวกเขามักจะคอยจับผิดคุณ ทำให้คุณไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไร ไม่กล้าปรากฏตัวต่อสาธารณชน ไม่กล้าพูดหน้าชั้นเรียน ไม่กล้าเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม เพราะกลัวว่าถ้าผิดพลาดแล้วคนอื่นจะหัวเราะเยาะ จะซ้ำเติมคุณให้อับอายใช่หรือไม่
                ที่คุณเป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะคุณถูกล้อเลียนบ่อยๆ มาตั้งแต่เด็ก หรือไม่ก็ถูกห้ามไม่ให้ทำนั่น ไม่ให้ทำนี่อยู่เสมอ คุณจึงไม่กล้าที่จะทำอะไร และติดนิสัยขี้อายมาจนโต
                การแก้ไขก็ไม่ยากเกินไป ถ้าคุณตั้งใจจริง และตั้งใจสู้
                ก่อนอื่น คุณต้องเข้าใจก่อนว่าคนเรานั้น มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครดีไปหมดเสียทุกอย่าง คุณเองก็เช่นกัน มีบางสิ่งที่คุณถนัดและทำได้ดี และก็อาจมีบางสิ่งที่คุณถนัดหรือด้อยกว่าคนอื่น
                ถ้าคุณยอมรับจุดด้อยของตนเองไม่ได้ คุณก็ต้องคิดหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น โดยหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเองในด้านนั้น ให้มากขึ้น
                มีการเตรียมตัวล่วงหน้า พร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เช่น ถ้าอายที่จะพูดในที่ชุมชน ก็ต้องเตรียมเรื่องที่จะพูดให้พร้อมฝึกซ้อมการพูดหน้ากระจกให้คล่อง เตรียมตอบคำถามในเรื่องที่คาดว่าจะมีคนซักถามให้ดี เป็นต้น ถ้าเตรียมตัวมาดีแล้ว คุณก็จะเกิดความรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และเมื่อมั่นใจแล้ว ความกลัว ความอายก็จะลดลงตามลำดับ คุณก็จะกลายเป็นคนกล้าและมั่นใจในตนเองมากขึ้น
                ส่วนเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณหายเป็นคนขี้อายนั้นก็คือ ต้องพยายามพูดกับตนเองบ่อยๆ ว่า ไม่เป็นไร” “ช่างมันหรือ อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างและต้องทำให้คนที่คิดจะล้อเลียนคุณต้องผิดหวังเสียบ้าง เพราะเมื่อคุณไม่อาย เขาก็จะเลิกล้อเลียนคุณไปเอง เพราะล้อไปแล้วก็ไม่สนุกอย่างเคย
                นอกจากนั้น ให้หัดมองข้อผิดพลาดของตัวเองในแง่ขบขันเสียบ้าง ถ้าหัวเราะให้กับตัวเองได้ ความอายก็จะลดลงไปโดยปริยาย และในกรณีที่คุณถูกถามในเรื่องที่คุณตอบไม่ได้ ก็บอกไปเลยว่าไม่รู้ เพราะคนเราไม่อาจจะรู้อะไรได้หมดทุกอย่าง การยอมรับว่าไม่รู้ในบางเรื่อง จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายแต่อย่างใด
                อย่าลืมว่า การแก้ไขความขี้อายนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา คุณต้องหมั่นพัฒนาตนเองโดยการฝึกฝนในเรื่องที่คุณไม่ถนัดให้เชี่ยวชาญยิ่งๆ ขึ้น ค่อยฝึกไป แล้วในไม่ช้าคุณก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่มีความมั่นใจใจตนเองมากขึ้น และไม่ต้องอายใครอีกต่อไป
 
คนเจ้าระเบียบ
 
คนเจ้าระเบียบมีลักษณะสำคัญคือ ชอบทำสิ่งต่างๆ ตามแบบแผนที่วางไว้ทุกอย่าง โดยไม่มีการยืดหยุ่น คอยตรวจสอบมาตรฐานอยู่บ่อยๆ ทำให้ต้องทำอะไรซ้ำซากอยู่เสมอ มักจะจู้จี้จุกจิก บังคับให้คนอื่นเป็นไปตามความต้องการของตนเอง และมีความกลัวว่างานที่ทำจะผิดพลาด อันจะส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น มีความคาดหวังสูงว่างานทุกชิ้นจะต้องดีที่สุด ทำให้คนใกล้ชิดเครียด และอึดอัด
ที่จริงคนเจ้าระเบียบใช่ว่าจะมีความสุข จะเป็นทำงานหนักและเหนื่อยมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า มีผลให้เกิดความล่าช้า งานไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนด เพราะความไม่เชื่อในความสามารถของคนอื่น ต้องทำงานซ้ำๆ เป็นประจำ สาเหตุของการเป็นคนเจ้าระเบียบ เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูที่เข้มงวด พ่อแม่เจ้าระเบียบและคาดหวังสูง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเจ้าระเบียบนี้ไม่ยาก ถ้าท่านรู้สึกว่าการเป็นคนเจ้าระเบียบทำให้รู้สึกรำคาญใจตนเองและเกิดปัญหาความสัมพันธ์กับคนอื่นแล้ว ท่านสามารถลดระดับของความเป็นคนเจ้าระเบียบลงได้  โดยคิดแยกแยะหากิจกรรมใดก็ตามที่เห็นว่าไม่จำเป็นหรือไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แล้วฝึกที่จะลดความเข้มงวด และเพิ่มความยืดหยุ่นโดยฝึกฝืนใจยอมทำตามผู้อื่นบ้าง นอกจากนั้นก็ให้ฝึกมองโลกในแง่ดีและมีอารมณ์ขันบ้าง
นอกจากนี้ คนรอบข้างก็ควรให้ความเข้าใจและยอมรับว่า เขาเป็นคนเจ้าระเบียบ ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านบุคลิกภาพอย่างหนึ่ง เพื่อให้คุณสามารถทำใจและลดความอึดอัดใจลงได้บ้าง
 
คนชอบโกหก
 
                เจตนาของการพูดเท็จมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน บางคนพูดปดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ บางคนพูดโกหกเพื่อให้ตนได้ผลประโยชน์ บางคนพูดเกินจริงเพื่อเรียกร้องความสนใจ
                และยิ่งถ้าพูดปดจนติดเป็นนิสัย ไม่สามารถควบคุมตนเองไม่ให้พูดปดได้ ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องทางใจที่เกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น เคยถูกลงโทษอย่างรุนแรงเมื่อทำผิด เคยถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดกวดขันและเผด็จการ ที่จริงการพูดปด ไม่ใช่จะเกิดผลเสียต่อผู้อื่นเท่านั้น ตัวผู้พูดเองก็ได้รับผลเสียด้วยเช่นกัน เพราะจะทำให้ไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนรอบข้าง ทำให้มีเพื่อนน้อย และไม่มีใครคบหาสนิทสนมด้วยอย่างจริงใจ
                ดังนั้นทางที่ดีควรป้องกันเสียตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยการหลีกเลี่ยงการลงโทษที่รุนแรง และสอนให้ลูกเรียนรู้ว่าการพูดความจริงเป็นสิ่งกล้าหาญ รวมทั้งผู้ใหญ่เองก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กด้วย บางครั้งการพูดโกหกโดยไม่ตั้งใจก็อาจทำให้เด็กเรียนรู้ว่าการโกหกไม่ใช่เรื่องเสียหาย
                แต่ถ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วยังติดนิสัยชอบโกหก และไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งๆที่อยากเลิกนิสัยนี้ ขอแนะนำให้คุณไปติดต่อขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตโดยตรง
 
คนดื้อเงียบ
 
                คนดื้อเงียบเป็นคนที่มีความคิดเห็นต่อต้านผู้อื่น แต่ไม่แสดงท่าทีให้เห็นอย่างชัดเจน มักจะมีท่าทีเฉยเมย ไม่ร่วมมือ ไม่ใยดี
                สาเหตุมีพฤติกรรมดื้อเงียบ เนื่องจากต้องการระบายความก้าวร้าวของตนเองที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกกับบุคคลอื่น แต่จะแสดงออกกับผู้ที่ใกล้ชิดคุ้นเคย เช่น สามี ภรรยา และลูก เป็นต้น
               
วิธีแก้ไขคนที่มีพฤติกรรมดื้อเงียบ ได้แก่
                1. ต้องพูดคุยกันอย่างเป็นใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นและรับฟังเหตุผลของเขา ว่าทำไมไม่ให้ความร่วมมือและยอมรับความคิดเห็นและเหตุผลของบุคคลอื่น
                2. ต้องให้เกียรติ ให้ความสำคัญ โดยให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งที่เขาต้องกระทำ หรือรับผิดชอบ
                3. ให้ความเป็นมิตร จริงใจ ให้ความไว้วางใจ
4. ไม่ใช้วิธีลงโทษ ควรใช้วิธีพูดจาตกลงกัน ซึ่งจะได้รับความร่มมือมากกว่า
 
คนขี้อิจฉา
 
                คนขี้อิจฉาคือคนที่มีปมด้อยอยู่ในใจ มองตัวเองในทางลบ รู้สึกว่าตนเองไม่เก่ง ไม่ดี หรือไม่เท่าเทียมผู้อื่น คนขี้อิจฉาจะชอบเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นเสมอๆ เมื่อตนด้อยกว่าคนอื่นก็จะเกิดความทุกข์ใจ น้อยเนื้อต่ำใจ โดยไม่ได้มองย้อนไปว่า ก่อนที่ใครจะประสบความสำเร็จหรือได้รับคำยกย่องชมเชย ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถ จะต้องใช้ความพยายามอุตสาหะมากมายเพียงใด
                คนขี้อิจฉาคือคนที่อยากได้ดีกว่าคนอื่น แต่ไม่อยากทำมากกว่าคนอื่น คนประเภทนี้จึงเป็นคนที่มีความสุขในชีวิตน้อยมาก เพราะความอิจฉาทำให้เกิดความรุ่มร้อน คอยมองหาความผิดพลาด เพื่อมาตำหนิติเตียนว่าร้ายคนอื่นอยู่เสมอๆ จนอาจทำให้คนที่อยู่ใกล้รู้สึกเบื่อหน่าย หรือรำคาญ
                ถ้าคุณมีเพื่อนที่ขี้อิจฉา และปรารถนาจะให้เพื่อนลดความอิจฉาลง คุณสามารถทำได้โดยการชมเพื่อนบ่อยๆ เมื่อเพื่อนทำสิ่งที่ดี ให้เขามองเห็นสิ่งที่ดีในตนเอง แล้วความรู้สึกพอใจในตัวเองของเขา จะช่วยให้เขามีความสุขมากขึ้น และแสดงอาการขี้อิจฉาลดลง
 
คนโมโหร้าย
 
                คุณเป็นคนหนึ่งที่โมโหร้ายหรือเปล่า เวลาโมโหขึ้นมาทีไร เป็นต้องระเบิดอารมณ์ออกมาทั้งทางคำพูดและการกระทำ เช่น ด่าว่า ทำลายข้าวของ หรือลงมือลงไม้กับคนใกล้ชิด โดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และบางครั้งก็ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังว่า เราไม่ควรทำอย่างนั้นเลย
                ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่มีอารมณ์เย็นลงกว่าเดิม กรมสุขภาพจิตมีคำแนะนำสำหรับคุณดังนี้
                ตั้งแต่นี้ต่อไป เมื่อคุณรู้สึกโกรธขึ้นมา ให้พยายามบอกตัวเองให้หยุดคิดสักอึดใจหนึ่งก่อน โดยช่วงนี้ให้พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หายใจช้าๆ พร้อมทั้งนับหนึ่งถึงสิบในใจไปด้วย
ถ้าเป็นไปได้ควรหลบเลี่ยงไปให้พ้นจากบบุคคล หรือสถานการณ์ที่ทำให้โกรธเป็นการชั่วคราว การทำอย่างนี้จะช่วยลดอารมณ์โกรธให้น้อยลง และตัดโอกาสที่จะให้คุณกระทำสิ่งที่รุนแรงลงไปได้
                หลังจากนั้นให้ระบายอารมณ์โกรธในทางที่เหมาะสม เช่น เตะลูกฟุตบอล  ชกกระสอบทราย ซักผ้าแล้วขยี้แรงๆ วิ่งไกลๆ ให้ไดเหงื่อ เป็นต้น จะช่วยสลายความโกรธไม่ให้สะสมหรือเก็บกดไว้ในใจ
                นอกจากนี้คุณควรหาทางผ่อนคลายความเครียดให้ได้เป็นประจำทุกวัน เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำงานอดิเรกที่ชอบ ร่างกายจะได้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า จิตใจแจ่มใส  ไม่หงุดหงิดโกรธง่ายอย่างแต่ก่อน และถ้ายิ่งฝึกสมาธิได้ก็จะยิ่งเป็นการดี จิตใจของคุณจะสงบและเยือกเย็นลงกว่าเดิม
                แต่ถ้าลองทำดูแล้วไม่ได้ผล ก็ควรจะไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป เพราะการเป็นคนโมโหร้าย นอกจากจะทำให้ตัวคุณไม่มีความสุขแล้ว คนใกล้ชิดในครอบครัว หรือในที่ทำงานของคุณก็จะพลอยไม่มีความสุขไปด้วย
                ถ้าคุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าเดิม คุณและคนรอบข้างก็จะมีความสุขมากขึ้น
 
อันธพาล
 
                ลักษณะของคนอันธพาลคือ เป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เป็นพวกชอบฝ่าฝืนต่อต้านกฎระเบียบของครอบครัวและสังคม มีอารมณ์หุ่นหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจผู้อื่น จิตใจแข็งกระด้าง
                สาเหตุของบุคลิกภาพแบบอันธพาลก็คือ การอบรมเลี้ยงดูที่ขาดความรักความอบอุ่น ในวัยเด็กอาจถูกพ่อแม่ทอดทิ้งหรือพ่อแม่ใช่วิธีการลงโทษที่รุนแรง จึงสะสมความแค้น หรือความไม่สบายใจต่างๆ และระบายออกกับผู้อื่น และเมื่อเติบโตขึ้นก็จะใช้วิธีการที่รุนแรงกับผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เขาได้รับในวัยเด็ก
               
                ปัญหาบุคลิกภาพเช่นนี้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วแก้ไขได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นควรใช้วิธีการป้องกันตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการเลี้ยงดู ให้ความรักความอบอุ่นอย่างเพียงพอ ให้รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวม ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ควรปลูกฝังคุณธรรมให้เด็กรู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนด้วย
 
คนชอบแก้ตัว
 
                พฤติกรรมของคนชอบแก้ตัว จะพบได้ในสถานศึกษาและทุกสถานที่ที่มีการทำงานร่วมกัน  บุคคลที่มีลักษณะเช่นนี้จะเป็นพวกที่ชอบโทษผู้อื่นตลอดเวลา ชอบแก้ตัว เช่น มาทำงานสายก็มักอ้างว่าการจราจรติดขัด ไม่ยอมรับความจริง เพราะคิดว่าถ้ายอมรับความจริงแล้ว ตนเองจะขายหน้าและเสียศักดิ์ศรี  คนอื่นจะรู้ว่าตนเองมีปมด้อย ในที่สุดแล้วก็จะไม่มีการพัฒนาตนเอง
ถ้าในสังคมของท่านมีบุคคลประเภทที่กล่าวมานี้ ท่านจะทราบว่าบุคคลที่ชอบแก้ตัวจะไม่ยอมรับผิดชอบการกระทำที่ผิดพลาดของตน เหมือนกับสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคนที่รำ รำไม่ดีเอง
สุดท้ายก็เป็นที่เบื่อหน่ายของเพื่อนที่คบหาสมาคมด้วย จะเสียเพื่อนไปโดยที่ไม่รู้สาเหตุ หรือเสียโอกาสที่จะได้รับการมอบหมายงาน หรือความรับผิดชอบที่สำคัญๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
ดังนั้น ทางที่ดี เราจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชอบแก้ตัวหรือโทษผู้อื่น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็จะไม่มีใครคบหาด้วย หรือไม่มีใครยอมรับท่านเข้าร่วมกลุ่ม และในที่สุดท่านจะกลายเป็นคนที่สังคมรังเกียจ
วิธีการแก้ไขพฤติกรรมนี้ สิ่งแรกก็คือ ท่านต้องลองพิจารณาไตร่ตรองดูว่าพฤติกรรมต่างๆ ของท่านมีลักษณะเช่นที่ว่ามานี้หรือไม่ ถ้ามี ก็ควรจะลดให้น้อยลง  ให้ยอมรับความจริงว่าทุกคนมีข้อผิดพลาดได้ และวางแผนแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ดีกว่าหาทางแก้ตัวให้ความผิดไปตกกับคนอื่น สุดท้าย ตัวท่านเอง รวมทั้งเพื่อนๆ และคนใกล้ชิดก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่เครียด
 
คนชอบเก็บกด
 
                คนเก็บกดคือคนที่เก็บความรู้สึก ไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง เขาจะเป็นคนที่ไม่ชอบติดต่อกับผู้อื่น ไม่ชอบแสดงอารมณ์หรือความคิดให้ผู้อื่นทราบ เนื่องจากความไม่ไว้วางใจในคนอื่น มีความกลัวว่าจะเสียหน้า หรือเสียศักดิ์ศรี  หรือกลัวว่าความลับของตนจะถูกเปิดเผย กลัวคนอื่นจะหาว่าเป็นคนโง่ หรืออ่อนแอ เขาจึงพยายามแสดงให้คนอื่นเห็นว่าชีวิตของตนไม่มีปัญหาใดๆ และเขาสามารถจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขาได้
                คนเก็บกดมักมีความเครียดในตนเองสูง เพราะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการปกปิดความรู้สึก ปกปิดปัญหาที่เกิดกับตนเอง ต้องเสแสร้งกับผู้อื่นว่าตนไม่มีอะไรผิดปกติ
                ถ้าคุณเป็นคนเก็บกด หรือมีเพื่อนที่เป็นคนเก็บกด ต้องการปรับปรุงตนเอง เพราะมีความทุกข์กับสิ่งที่เผชิญอยู่ ก่อนอื่น คุณหรือเพื่อนของคุณจะต้องรู้ตัวก่อนว่าตนเองเป็นคนเก็บกด และมีความทุกข์จากการเก็บกดนั้น คุณขาดความสุขในการดำเนินชีวิต ยอมรับว่าการเก็บกดของคุณทำให้คุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของตนเองได้  เพราะคุณไม่สามารถจะปลดปล่อยและระบายความทุกข์ให้คนอื่นรับฟัง ซึ่งการแก้ไขสามารถทำได้ดังนี้
                1. ถ้าคุณยังไม่กล้าปรึกษาหรือเล่าความทุกข์ให้ใครฟัง ให้ใช้วิธีการเขียนปัญหาที่เกิดกับคุณลงในสมุดบันทึก ซึ่งการเขียนความรู้สึกต่อเหตุการณ์หรือต่อปัญหาที่คุณเผชิญ ซึ่งจะเป็นการระบายความไม่สบายใจ หรือความวิตกกังวลของคุณออกไปได้เป็นอย่างดี
                2. คุณอาจใช้วิธีการโทรศัพท์ปรึกษาตามแหล่งบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน วิธีนี้จะเป็นการช่วยคุณให้ได้ระบายปัญหาโดยมีผู้รับฟัง โดยคุณไม่ต้องเปิดเผยตัวเองและไม่ต้องอาย หรือกลัวว่าจะเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี
                3. เมื่อคุณกล้ามากขึ้น ก็อาจจะปรึกษากับเพื่อนหรือคนใกล้ชิด โดยเริ่มพูดระบายแต่เพียงเล็กน้อยก่อน ก็จะทำให้คุณกล้าและคุ้นเคยกับการปรึกษาและเล่าปัญหาให้กับผู้อื่นฟังมากขึ้น และความอึกอัด ความคับข้องใจในตนเองก็จะลดน้อยลง
 
คนขี้เหงา
 
                ถ้าคุณรู้สึกตนเองว่าเป็นคนขี้เหงาอยู่ตามลำพังคนเดียวไม่ได้ จะต้องหาเพื่อคุยและมีคนแวดล้อม มากๆ  ถ้าต้องอยู่คนเดียวจะรู้สึกเหงาอย่างจับจิตจับใจ กระวนกระวายไม่มีความสุข เมื่อต้องอยู่อย่างไร้เพื่อน ต้องโทรศัพท์หาเพื่อนคนนั้น คนนี้ พอได้พูดคุยกับเพื่อนแล้วจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าเป็นอย่างนี้ ชีวิตของคุณจะต้องอยู่กับคนอื่น และต้องพึ่งพาทางใจจากคนอื่นๆ อยู่เสมอ
                ผลเสียของการเป็นคนขี้เหงาก็มีอยู่พอสมควร เช่น ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้จักตัวเอง ขาดการเรียนรู้ตนเอง ทำให้เพื่อนรำคาญ เพราะโทรรบกวนบ่อยๆ เพื่อนอาจหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยด้วย และยังเปลืองค่าโทรศัพท์อีกด้วย
                ถ้าคุณคิดว่าการเป็นคนขี้เหงา ทำให้ตัวคุณและผู้อื่นเดือดร้อน และอยากจะปรับปรุงตนเอง ให้คุณลองเลือกใช้วิธีการดังต่อไปนี้คือ
                1. ฝึกอยู่กับตนเองให้มากขึ้น โดยกำหนดว่าวันนี้จะลองอยู่คนเดียวสักวันจะเป็นอย่างไรบ้าง คุณอาจจะอยู่ฟังเพลงที่คุณชอบ ดูรายการโทรทัศน์ที่ชอบ พร้อมทั้งลองสำรวจความรู้สึกของตนเองดูเป็นระยะๆ ว่าทนได้แค่ไหน ทำไมถึงจะทนไม่ได้ อยู่คนเดียวมันน่ากลัวหรือเสียหายตรงไหน
                2. หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทำ เช่น ทำงานบ้าน กวาดบ้าน ซักผ้า ทำความสะอาดห้อง ล้างห้องน้ำ เป็นต้น จะช่วยทำให้เพลิดเพลินเมื่อทำกิจกรรมเหล่านี้สำเร็จลุล่วงแล้ว และจะเกิดความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งได้ทำความสะอาดบ้านเรือนอีกด้วย
                3. ทำงานอดิเรก เลือกงานที่น่าสนใจและเป็นงานที่คุณชอบ เช่น วาดรูป เล่นดนตรี ปักผ้า ทำงานไม้ เป็นต้น จะได้รับความเพลิดเพลินเป็นอย่างดี หรือถ้าต้องการความชำนาญ ก็อาจจะไปเรียนเสริมในเรื่องนั้นๆ ก็จะเป็นการดี
                4. การโทรศัพท์หาเพื่อน ถ้าต้องการลดระยะเวลาที่โทร ก็กำหนดว่า จะคุยกับเพื่อนกี่นาที แล้วก็ทำตามที่ตั้งใจไว้
                ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนขี้เหงาทุกท่านที่จะอยู่กับตนเองได้อย่างมีความสุขพอสมควร โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากเกินไป
 
 
---------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจากคู่มือรวมความรู้สุขภาพจิตจากบริการ 1667
แชร์ 73 ดู | 0 ความเห็น

Footprints

ความเห็น