ปัญหาความผิดปกติทางเพศ
2010-07-18 23:21
ปัญหาความผิดปกติทางเพศ
วิธีการดำเนินชีวิตเมื่อเป็นคนรักร่วมเพศ
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักเพศเดียวกัน แรกๆ คุณอาจจะว้าวุ่นใจและสับสน แต่หากคุณสามารถเปิดเผยให้ผู้ใกล้ชิด พ่อแม่ หรือคนในครอบครัวทราบ และอธิบายให้เขาสามารถยอมรับได้ จะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าการพยายามปกปิดเป็นความลับ
แต่คุณควรเตรียมใจและยอมรับสภาพว่า การเปิดเผยตัวให้ใครๆ รู้ว่าคุณเป็นรักร่วมเพศ จะทำให้คนในครอบครัวผิดหวัง เสียใจในระยะแรก แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป พวกเขามักจะยอมรับและทำใจได้
ส่วนคนอื่นๆ ในสังคมที่อยู่รอบตัวคุณ บางคนอาจรับไม่ได้ แสดงท่าทีรังเกียจ คุณอาจต้องทำใจให้ได้ว่า คนเรานั้นไม่เหมือนกัน คุณต้องเลือกปฏิบัติ นั่นก็คือ ถ้าเป็นคนที่ยอมรับได้ คุณก็ไม่ต้องระมัดระวังตัวมากนัก
แต่ถ้าพบคนที่แสดงท่าทีที่รังเกียจ คุณก็ควรลดระดับการติดต่อลง คุณอาจติดต่อเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น และถ้าสามารถควบคุมจริตกริยาหรือการแสดงออกได้ก็จะเป็นการดี เพื่อลดความรู้สึกอึดอัด กระอักกระอ่วนใจของอีกฝ่ายหนึ่งลง
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเดินทางสายนี้ คุณจำเป็นต้องยอมรับธรรมชาติ ความเป็นจริงของชีวิตรักร่วมเพศว่า ชีวิตคู่ของรักร่วมเพศมักไม่จีรังยั่งยืน ยิ่งถ้าแก่ตัวลง ก็จะหาคู่ได้ยากมากขึ้นทุกที และยิ่งถ้าเป็นกรณีของ “ทอม” หรือ “เกย์ควีน” ด้วยแล้ว ต้องยอมรับว่า หาคู่ได้ยากกว่า “ดี้” และ “เกย์คิง” ซึ่งมีโอกาสที่หันไปหาชายจริงหญิงแท้ได้ง่ายกว่า
ดังนั้น คุณควรจะเตรียมใจให้พร้อมที่จะทำใจให้ได้ เมื่อถูกทอดทิ้ง หรืออีกฝ่ายหนึ่งตีจากไป คิดเสียว่าเป็นเรื่องของสัจธรรม ไม่มีอะไรแน่นอน แม้คู่รักชายจริงหญิงแท้เอง ก็มีโอกาสเจอกับปัญหานี้เช่นกัน เพียงแต่คู่ของคนรักร่วมเพศอาจมีแนวโน้มที่จะพบปัญหานี้ได้มากกว่า และมีช่วงของการอยู่ร่วมกันสั้นกว่า
แต่คุณก็สามารถมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ได้ ถ้าคุณพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ และรู้จักแสวงหาความสุขในด้านอื่นๆ แทนที่จะมุ่งแสวงหาแต่ความสุขจากเรื่องของความรักความใครเพียงอย่างเดียว
เช่น คุณอาจหาความสุขจากความสำเร็จในเรื่องการเรียน การทำงานที่คุณชื่นชอบ หรือทำตัวให้มีคุณค่าด้วยการทำประโยชน์แก่สังคม หรือหาความสุขจากการให้ความใส่ใจคนในครอบครัวของคุณ สร้างความสำเร็จในทิศทางที่เหมาะสม ทำชีวิตของคุณให้มีคุณค่า ซึ่งจะทำให้คุณได้ค้นพบกับความสุขที่แท้จริงต่อไป
ข้อสำคัญก็คือ เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกปรับตัวไม่ได้ ทำใจได้ยาก หรือมีปัญหากับการใช้ชีวิตในสังคม ก็ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวช อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรัง เนิ่นนาน เพราะจะเป็นการบั่นทอนสุขภาพจิตของคุณให้ขาดความสุขไปเสียเปล่า
เมื่อผู้ชายชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง
ถ้าคุณแต่ตัวเป็นผู้หญิงในที่สาธารณะก็จะเป็นการดึงดูดสายตาใครต่อใคร อาจจะมีคนมองแล้วซุบซิบ หรือไม่ก็หัวเราะกันคิกคัก
แต่ก็มีผู้ชายบางคนที่พอใจจะแต่ตัวด้วยเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับของผู้หญิงในที่รโหฐาน หรือในห้องนอนด้วยความรู้สึกสบายใจ และจะพอใจมากขึ้น เมื่อได้มองเห็นภาพของตัวเองในกระจก ส่วนใหญ่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง และได้รับความสุขสุดยอดทางกามารมณ์ในขณะที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิง
บางคนพอใจที่จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิงเป็นครั้งคราว หรือใช้เครื่องแต่งกายบางอย่างของผู้หญิง เช่น ใส่ชุดชั้นในของผู้หญิงไว้ภายใน และสวมเสื้อผ้าผู้ชายไว้ภายนอก
การแต่งกายด้วยเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าของผู้หญิงจะทำให้ชายหนุ่มเหล่านั้นเกิดความรู้สึกตื่นเต้น มีความสุขทางอารมณ์หรือทางเพศ แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็ยังสามารถมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามได้ตามปกติ สามารถมีครอบครัว มีความสุขในครอบครัว และมีความสุขทางเพศได้ ถ้าคู่สมรสเข้าใจและให้ความร่วมมือ
ปัญหาใหญ่ของพวกนี้คือ เมื่อภรรยาทราบและไม่สามารถทำใจยอมรับได้ ซึ่งจำเป็นต้องให้เวลากับภรรยา หรือชวนภรรยามาร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชเพื่อทำครอบครัวบำบัด
สาเหตุของการแต่งตัวเป็นผู้หญิงอาจเกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น สมัยเป็นเด็กเคยถูกบังคับให้แต่งตัวเป็นผู้หญิง หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนในระยะแรกเมื่อมารดาตั้งครรภ์ แต่สาเหตุนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน นักวิชาการบางคนอธิบายว่าอาจเกิดจากสาเหตุทางจิตใจ คือมีความกลัวที่จะถูกตอนตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆ เลยพยายามสร้างความมั่นใจในตนเองว่าจะไม่มีการตอน โดยสรุปจากลักษณะของตัวเองที่แต่งตัวเหมือนผู้หญิงและมีองค์ชาติ เพื่อปลอบใจตัวเองว่า แม้แต่ผู้หญิงก็ยังมีองคชาติ
สภาพจิตใจของผู้ชายที่ชอบแต่งกายด้วยเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าที่เป็นของผู้หญิงค่อนข้างจะมีอารมณ์ซึมเศร้า เก็บตัวและระแวงสิ่งแวดล้อม จึงควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวช เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาอารมณ์และความรู้สึกดังกล่าวเสียก่อนที่จะแก้ไขพฤติกรรมที่ผิดปกติต่อไป
พวกชอบโชว์อวัยวะเพศ
พวกที่ชอบอวดหรือชอบโชว์อวัยวะเพศคือพวกที่ไม่สามารถมีความสุขทางเพศได้ตามปกติ คนพวกนี้จะมีความสุขสุดยอดเมื่อได้อวดอวัยวะเพศของตนเองต่อหน้าผู้อื่น เมื่อมีผู้พบเห็นก็จะตกอกตกใจ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้คนที่ชอบโชว์อวัยวะเพศเกิดความสุขจนถึงขั้นสำเร็จความใคร่ได้
ความผิดปกติประเภทนี้มักจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนเหล่านี้น่าสงสารมาก เพราะขาดความเชื่อมั่นในตนเอง มีปมด้อย เงียบขรึม ตามปกติแล้วไม่กล้าแสดงความก้าวร้าว และคิดว่าตนเองไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจเพศตรงข้าม
สาเหตุสำคัญของพฤติกรรมเหล่านี้ได้แก่ การอบรมเลี้ยงดูที่เข้มงวด แม่มีอำนาจในครอบครัว จึงทำให้มีปมด้อยในเรื่องของความเป็นชาย บางคนมีความกลัวลึกๆ ว่าจะถูกตอน ลักษณะความผิดปกติเหล่านี้จะเริ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว
วิธีการจัดการเมื่อพบกับปัญหานี้ก็คือ อย่าแสดงอาการตกใจ ควรทำท่าทางเฉยๆ คนพวกนี้จะหมดอารมณ์และความต้องการทางเพศไปเอง
สำหรับพวกชอบโชว์อวัยวะเพศควรไปขอรับการรักษาจากจิตแพทย์เพื่อให้ความทุกข์ทรมาณเหล่านี้ได้รับการบรรเทาให้เบาบางลง
วิธีปฏิบัติเมื่อถูกถูไถบนรถเมล์
คุณผู้หญิงที่ต้องขึ้นรถเมล์เป็นประจำคะ ภัยอย่างหนึ่งที่คุณควรระวังก็คือ การถูกลวนลามบนรถเมล์
ถ้าคุณถูกผู้ชายใช้อวัยวะเพศถูไถหรือกดลงบนส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น สะโพก ต้นขา หรือสัมผัสโดยตรงที่หน้าอก หรืออวัยวะเพศ ทำให้คุณตกใจ โกรธ หรือขยะแขยง หรืออับอายจนทำอะไรไม่ถูก กรมสุขภาพจิตมีคำแนะนำสำหรับคุณดังนี้ค่ะ
สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือ รีบเดินหนีหรือเปลี่ยนที่ยืนเสียใหม่ จงใจให้ผู้อื่นเห็นว่าคุณพยายามหนีจากผู้ชายคนนั้น เพื่อให้คนอื่นๆ เอะ ใจ และอาจช่วยเหลือคุณ หรืออย่างน้อยก้เป็นการเตือนให้ผ็หญิงคนอื่นรู้ตัวและระวังตัวเองมากขึ้น และการทำเช่นนี้ยังทำให้ผู้ชายต้นเหตุต้องหยุดการกระทำของเขาลงด้วย
จากนั้นให้คุณพยายามจดจำหน้าตาของชายคนนั้นไว้ เพราะคนพวกนี้มักขึ้นรถเมล์หาเหยื่อในเส้นทางเดิม คุณจะได้หาทางหลีกเลี่ยงให้ทันก่อนหากต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
และถ้าเป็นไปได้ควรแจ้งตำรวจให้จับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย
เนื่องจากผู้ชายประเภทนี้มีความเบี่ยงเบนทางเพศ เพาะมีปมด้อยบางอย่าง ทำให้กลัวการมีความสัมพันธ์ทางเพศตามแบบปกติกับผู้หญิง จึงต้องหาทางออกให้ตัวเองโดยการลวนลามผู้หญิงบนรถเมล์แทน
ดังนั้น นอกจากผู้ชายเหล่านี้จะต้องได้รับโทษทางกฎหมายแล้ว ยังสมควรให้การบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ด้วย เพื่อจะได้ไม่กลับไปก่อปัญหาอีกต่อไป
วิธีปฏิบัติเมื่อได้รับโทรศัพท์ลามก
โทรศัพท์ลามกเป็นการก่อกวนทางเพศอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ หากคุณผู้หญิงได้รับโทรศัพท์ประเภทนี้ กรมสุขภาพจิตมีคำแนะนำสำหรับคุณดังนี้
เมื่อคุณรับสายแล้วได้ยินเสียงผู้ชายพูดจาลวนลามทางเพศ ขอให้คุณพยายามระงับสติอารมณ์เอาไว้อย่าตกใจ หรืออย่าโกรธจนด่าทอออกไปทันที ให้ถือหูฟังอย่างสงบ และถ้าเป็นไปได้ให้พยายามพูดกับเขาดีๆ ว่าเขามีความเบี่ยงเบนทางเพศ สมควรจะไปรับการบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ เมื่อรักษาหายแล้ว เขาก็จะเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป
การพูดโต้ตอบด้วยอารมณ์สงบจะทำให้ผู้ชายที่โทรมารู้สึกผิดคาด เพราะเขาหวังจะได้ยินน้ำเสียงที่ตื่นเต้น หวั่นกลัวหรือตกใจของผู้หญิง เพื่อกระตุ้นให้เขาตื่นตัวทางเพศจนสามารถสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองได้
นอกจากนี้ การพูดในเชิงแสดงความเห็นอกเห็นใจว่า เขาเป็นผู้ป่วย ยังช่วยให้เขารู้สึกว่าคุณรู้เท่าทันเขา เขาจะเป็นฝ่ายละอายใจและวางหูไปเอง และถ้าเขาคิดได้ เขาอาจจะไปรับการรักษาตามคำแนะนำของคุณก็ได้ เท่ากับว่าคุณได้ช่วยลดปัญหาการก่อกวนทางเพศได้รายหนึ่งด้วยค่ะ
การฝังมุก หรือฉีดยาให้ใหญ่
ผู้ชายบางคนอาจสนใจและพยายามจะหาวิธีต่างๆ มาเสริมสมรรถภาพทางเพศของตน เช่น ฉีดยาหรือผ่าตัดให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้น การสืบเสาะหายาที่เชื่อว่าจะช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศมากิน หรือแม้แต่การฝังมุกที่อวัยวะเพศโดยหวังจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ฝ่ายหญิง เป็นต้น
ที่จริงแล้ววิธีการต่างๆ ดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อของฝ่ายชายเท่านั้น เพราะความสุขทางเพศไม่ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือขนาดของอวัยวะเพศชายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรักใคร่กลมเกลียวและความร่วมมือร่วมใจกันที่จะตอบสนองความต้องการของแต่ละฝ่ายให้เป็นที่พอใจมากกว่า
จึงควรปรึกษาหารือกันหรือพูดคุยกันอย่างเปิดอกถึงความต้องการทางเพศ ว่าต้องการให้อีกฝ่ายทำอย่างไรถึงจะมีความสุขได้ แทนที่จะใช้วิธีการต่างๆ ตามความเชื่อ ซึ่งอาจจะมีผลร้ายแรงถึงขั้นต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งก็ได้ ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้วหลายราย
ดังนั้น ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรเกี่ยวกับอวัยวะเพศของคุณ ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวคุณเองด้วย และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ผลเสียต่อสุขภาพในภายหลัง
ถ้ำมอง
อย่าประหลาดใจ หากจะบอกว่า พวกที่เป็น “ถ้ำมอง” นั้น โดยทั่วไปแล้วไม่ใช่พวกบ้ากามอย่างที่คุณคิด แต่เป็นคนที่รู้สึกกลัวเพศตรงข้ามอยู่ในส่วนลึก
พฤติกรรมเช่นนี้ ใช้เรียกเฉพาะผู้ชาย เกิดกับคนที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้หญิงจริงๆ มีความรู้สึกว่าตนเองไม่ใช่ผู้ชายพอ จึงต้องอาศัยการแอบดู หรือ “ถ้ำมอง” เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ พึงพอใจ และเกิดความสุขทางเพศ เพราะลงท้ายของการแอบดูจะจบลงด้วยการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองเสมอ
จะเห็นว่า ที่จริงแล้วคนพวกนี้มีความรู้สึกด้อยในเรื่องทางเพศ แล้วหันไปหาทางออกโดยวิธี “ถ้ำมอง” ซึ่งนอกจากจะทำเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศของตนเองแล้ว ยังทำให้เขามีความรู้สึก “เหนือกว่า” อีกฝ่ายด้วย เพราะสามารถล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว ทำให้พวกถ้ำมองไ ม่ต้องการการรักษา
อย่างไรก็ตาม “การแอบดู” หรือ “ถ้ำมอง” คนส่วนใหญ่ถือว่าเป็นภัยสังคม ซึ่งจริงๆ แล้ว อันตรายร้ายแรงไม่มี แต่เป็นพวกที่สังคมรังเกียจ เหยียดหยาม และเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียง ดังนั้น พวกถ้ำมองบางคนจึงเกิดความคับข้องใจ ต้องการละเลิกพฤติกรรมและยินดีเข้ารับการบำบัดจากผ็เชี่ยวชาญทางจิตเวช ซึ่งความยินยอมพร้อมใจที่จะเข้ารับการรักษาของเจ้าตัวนี้เอง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาประสบความสำเร็จ แม้จะต้องใช้ระยะเวลานานก็ตามที
พวกชอบขโมยชุดชั้นใน
คุณเคยได้ยินข่าวของนักสะสมชุดชั้นในผู้หญิงมาบ้างหรือไม่ พฤติกรรมนี้จะผิดปกติก็ตรงที่นักสะสมพวกนี้จะใช้วิธีการขโมย และต้องเป็นชุดชั้นในที่ใช้แล้วด้วย เช่น แอบหยิบจากราวตากผ้าบ้าง หรือบางรายถึงขนาดเข้าไปงัดแงะหน้าต่างเพื่อเข้าไปขโมยชุดชั้นในเจ้าของบ้านก็มี พอได้มาแล้วก็จะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และลงท้ายด้วยการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
โดยธรรมชาติแล้วคนพวกนี้ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ดีกับเพศตรงข้ามได้ ก็เลยต้องอาศัยการแอบลักลอบขโมยของที่จะใช้เป็นตัวแทนของเพศตรงข้ามมาเชยชมบ้าง และการขโมยก็ทำให้เกิดความตื่นเต้น ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นได้
พฤติกรรมแบบนี้นับเป็นความผิดปกติทางเพศแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าถูกจับได้ก็ไม่พ้นข้อหากระทำผิดทางอาญา แถมยังทำให้เจ้าตัวต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง มีประวัติมัวหมอง และญาติพี่น้องต้องอับอายขายหน้าอีกด้วย
ทางที่ดี ถ้าใครรู้ตัวว่าเข้าข่ายลักษณะอาการอย่างนี้ ก็ควรตัดสินใจไปรับการบำบัดรักษาจากจิตแพทย์จะดีกว่า ถึงแม้จะต้องใช้เวลาในการรักษานานสักหน่อย ก็ยังมีโอกาสหายเป็นปกติ
ฮีสทีเรีย
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฮีสทีเรียยังมีอยู่มาก เพราะหลายคนมักจะเข้าใจว่าคนที่เป็นโรคนี้คือคนที่มีความต้องการทางเพศสูง
แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เรามาเข้าใจคนพวกนี้ให้ถูกต้องดีกว่า
คำว่า “ฮีสทีเรีย” มีอยู่สองแบบ แบบหนึ่งคือ โรคประสาทฮีสทีเรีย ซึ่งจะไม่ขอกล่าวรายละเอียดในที่นี้ อีกแบบหนึ่งคือ บุคลิกภาพแบบฮีสทีเรีย ซึ่งอาจพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
คนที่มีบุคลิกภาพแบบฮีสทีเรียจะเป็นคนที่มีลีลา ท่าทาง และมีการแสดงออกมากจนเหมือนเล่นละคร อาจมีทีท่าชายหูชายตา ชวนเชิญ รวยจริต และยั่วยวน เป็นลักษณะที่เสดงออกมาเพื่อดึงดูดความสนใจ เหมือนจะเชิญชวน ทอดสะพานให้กับเพศตรงข้าม ทำให้มักเป็นที่เข้าใจผิดว่ามีความปรารถนาทางเพศสูง ทั้งๆ ที่อาจมีความบกพร่องในด้านความรู้สึกทางเพศด้วยซ้ำ
บุคลิกภาพแบบนี้มีการแสดงออกทางอารมณ์ค่อนข้างมาก และชอบเรียกร้องความสนใจอยู่เรื่อยๆ
ที่จริงคนเหล่านี้เป็นคนที่น่าเห็นใจ ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะขาดความรักในช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่เขาต้องการอย่างมาก จึงทำให้โหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีความรักก็จะไม่รู้จักพอ เหมือนกับถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม ขอย้ำว่าความต้องการที่ว่านี้เป็นเรื่องของความรัก ไม่ใช่ความใคร่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
ดังนั้น ถ้าเจอใครซักคนที่มีท่าทางรวยจริต เหมือนจะยั่วยวน ก็ขอให้คุณอย่าได้ไปเอาเปรียบเขา ขอให้มีความเมตตาและเห็นอกเห็นใจเขาดีกว่า และปฏิบัติกับเขาเหมือนกับที่คุณปฏิบัติกับคนอื่นๆ โดยทั่วไป
ซาดิสม์
หลายคนอาจจะนึกว่าซาดิสม์เป็นเฉพาะผู้ชาย เพราะเป็นลักษณะของพวกที่ชอบความรุนแรง แต่ความจริงแล้ว ผู้หญิงก็เป็นซาดิสม์ได้เช่นกัน
คนที่เป็นซาดิสม์จะเกิดความตื่นเต้น และรู้สึกมีความสุขทางเพศก็ต่อเมื่อได้ทำให้คู่นอนของตนเจ็บปวดทางร่างกาย หรือจิตใจ เช่น ใช้เครื่องพันธนาการ ใช้กำลังตบตี ใช้วิธีการทรมานอื่นๆ หรืออาจมีการพูดขู่ ดูถูก ยั่ว หรือทับถมให้เจ็บใจ
ความรุนแรงเหล่านี้มักมีต้นตอมาจากจิตใต้สำนึก เช่น มีความก้าวร้าว หรือมีความอยากเป็นผู้ชนะอยู่ในจิตใต้สำนึก แต่ลึกๆ แล้วคนประเภทนี้มีความรู้สึกกลัวในเพศตรงข้าม ดังนั้น เมื่อสามารถทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเจ็บปวด จึงก่อให้เกิดความมั่นใจว่าเขามีอำนาจเหนือกว่า และไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไป
คำอธิบายนี้อาจฟังดูเข้าใจยากอยู่สักหน่อย โดยเฉพาะสำหรับคนทั่วไป แต่ที่สำคัญก็คือการทำให้คู่นอนบาดเจ็บ หรือเป็นอันตราย เป็นความผิดปกติทางพฤติกรรมที่ต้องได้รับการแก้ไข ยิ่งถ้าหากไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ก็ควรได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ เช่น โดยการทำจิตบำบัด เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งในจิตใต้สำนึกเกี่ยวกับเรื่องเพศ
เพราะถ้าไม่รักษาแล้วอาจทำให้เกิดผลเสียหลายอย่าง เช่น เกิดปัญหาครอบครัว คู่สมรสอาจขอหย่าหรือแยกทางเพราะทนถูกทรมานไม่ไหว หรือในคนที่มีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมร่วมด้วย ก็อาจทำร้ายคู่นอนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เรียกว่าเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมเลยทีเดียว เพราะโดยทั่วไปแล้วพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม พฤติกรรมผิดปกติแบบนี้จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
มาโซคิสม์
หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า “ซาดิสม์” มาจนชินหูแล้วแต่คำว่า “มาโซคิสม์” อาจจะไม่คุ้นเคยกันนัก
มาโซคิสม์คือพวกที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับซาดิสม์ เพราะหมายถึงพวกที่มีความสุขทางเพศ จากการได้รับความเจ็บปวด
ทั้งซาดิสม์และมาโซคิสม์พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่แล้วพบว่าผู้หญิงเป็นมาโซคิสม์มากกว่าผู้ชาย
สาเหตุของความเป็นมาโซคิสม์ก็คือประสบการณ์ในวัยเด็กที่มักจะได้รับความสุข ความพอใจ หรือรางวัล ภายหลังจากที่ได้รับความเจ็บปวด
แต่มีบางรายที่ยอมเจ็บตัวเพื่อเอาใจคู่นอน เพื่อเป็นการแลกกับความรักและการยอมรับ อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ใช้พวกมาโซคิสม์แล้ว มักจะทนความเจ็บปวดจากการทรมานไม่ไหว แต่ถ้าเป็นมาโซคิสม์จะทนได้ เพราะความเจ็บปวดจะเป็นตัวกระตุ้นความสุขทางเพศให้กับเขา บางครั้งคนพวกนี้ก็ใช้จินตนาการเข้าช่วยในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ หรือขณะที่สำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เช่น คิดภาพว่าตนเองถูกข่มขืน ถูกมัด ถูกทรมาน เป็นต้น
ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นความผิดปกติ แต่เจ้าตัวก็มีความสุข ทำให้พวกนี้ไม่สนใจที่จะไปพบจิตแพทย์ เพื่อรับการรักษา ซึ่งบางครั้งก็จะสายเกินแก้ เพราะได้รับอันตรายจนถึงกับเสียชีวิตก็มี โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความเครียด ต้องการได้รับความเจ็บปวดมากๆ หรือไปจับคู่กับพวกซาดิสม์เข้า
ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ขอแนะนำให้ไปรับการรักษาจากจิตแพทย์ เพราะหนทางรักษายังพอมี
พวกชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก
พวกชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กมักจะเป็นเพศชายที่ใช้เด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายเป็นเหยื่อในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ โดยเด็กคนนั้นจะมีอายุตั้งแต่ 13 ปี ลงมา คนเหล่านี้จะใช้จินตนาการหรือแรงกระตุ้นทางเพศโดยการอวดอวัยวะเพศให้เด็กดู ใช้มือหรือปากกับอวัยวะเพศของเด็กหรือใช้นิ้วมือ วัตถุบางอย่าง หรืออวัยวะเพศของตนสอดใส่ช่องคลอดหรือช่องทวารของเด็ก
ส่วนใหญ่แล้ว มักพบว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่มีความคุ้นเคยกับเด็กหรือครอบครัวของเด็กเป็นอย่างดี เช่น เป็นญาติหรือคนใกล้ชิดของครอบครัว บางทีอาจเป็นครูที่โรงเรียนดังที่เคยเป็นข่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยใช้วิธีการสร้างความคุ้นเคยให้กับเด็ก และเมื่อกระทำการล่วงเกินทางเพศแล้ว มักจะข่มขู่เด็กไม่ให้บอกใคร
หากคุณมีลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ควรที่จะให้เด็กรู้จักป้องกันตัวเองจากคนประเภทนี้ โดยอาจทำได้หลายอย่างดังต่อไปนี้
1. เมื่อลูกหลานมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป คุณควรสอนให้เขาทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและก้นหลังการขับถ่ายด้วยตัวเอง พอหลังจากเขาทำเองได้แล้วก็ค่อยสอนเขาว่า “หนูอย่าให้ใครมาจับหรือลูบคลำอวัยวะเพศของหนูนะ ถ้ามีใครมาทำอย่างนั้นกับหนู ต้องเล่าให้แม่ฟังนะจ๊ะ” และถ้าเด็กเล่าให้ฟัง คุณต้องใจเย็น ไม่ลงโทษหรือดุว่าเด็ก แต่ให้รีบหาทางแก้ไข อย่างน้อยต้องกันเด็กให้ห่างคนนั้นเอาไว้ก่อน เพื่อเด็กจะได้ไม่ถูกล่วงเกินซ้ำอีก
2. สอนลูกหลานว่าถ้าใครเอาขนม ของเล่น หรือเงินมาให้ แล้วชวนไปไหนด้วยกันโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ ต้องไม่ไปโดยเด็ดขาด ถึงแม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนที่เด็กรู้จักดีก็ตาม
3. นำข่าวที่เกี่ยวกับกรณีเด็กถูกล่วงเกินทางเพศมาคุยกับลูก แต่คุณต้องเตรียมตัวพอสมควรกับคำถามที่ลูกอาจซักถามด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าว่าควรจะตอบอย่างไรดีที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก เช่น “ข่มขืนคืออะไร” คุณก็อาจอธิบายง่ายๆ ว่า การข่มขืนคือการทำร้ายที่อวัยวะเพศทำให้เจ็บปวด เป็นต้น
การเลี้ยงดูลูกหลานด้วยความระมัดระวัง และให้เด็กกล้าที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง จะเป็นปราการป้องกันลูกหลานอันเป็นที่รักของคุณจากคนที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กได้
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ
ในสังคมไทยเราพบว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศหลายเรื่องที่ได้รับการถ่ายทอดกันมา ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นความเชื่อผิดๆ ที่อยากเสนอให้แก้ไขหรือลบทิ้งไป เพราะหากใครยังมีความเชื่อนี้อยู่ก็อาจส่งผลให้บุคคลนั้นหรือคู่ครองเกิดความวิตกกังวลจนไม่มีความสุขทางเพศได้ ความเชื่อที่ว่านี้ ได้แก่
1. การสำเร็จความใคร่จะทำให้เจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ เช่น เป็นกามตายด้าน เป็นบ้า หรือปัญญาเสื่อม
2. ฝันเปียกหรือการหลั่งน้ำกามขณะหลับ เป็นสิ่งผิดปกติ
3. การที่เยื่อพรมจารีขาดหมายความว่าผู้หญิงคนนั้นไม่บริสุทธิ์
4. ขนาดของอวัยวะเพศที่ใหญ่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขทางเพศมากกว่า
5. ผู้ชายที่มีอวัยวะเพสขนาดใหญ่มีความสามารถที่จะมีลูกสูงกว่าผู้ที่มีขนาดอวัยวะเพศเล็ก
6. ผู้หญิงที่ร่วมเพศแล้วถึงจุดสุดยอดแล้วเท่านั้นที่จะตั้งครรภ์ได้
7. การร่วมเพศทางทวารหนักหรือกลืนน้ำอสุจิในกรณีออรัลเซ็กซ์อาจทำให้ตั้งครรภ์
8. ผู้หญิงหรือผู้ชายที่ทำหมันแล้วจะมีความต้องการทางเพศลดลง หรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้
9. การที่ให้ผู้หญิงรีบถ่ายปัสสาวะหลังร่วมเพศหรือมีเพศสัมพันธ์ในท่ายืนจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้
10. การที่ผู้ชายรีบถ่ายปัสสาวะหลังร่วมเพศกับผู้หญิงขายบริการทางเพศ จะป้องกันการติดเชื้อกามโรคได้
11. การร่วมเพศกับหญิงพรมจารีหรือเด็กหญิงจะทำให้ผู้ชายมีกำลังและอายุยืน
12. การใช้ปากและลิ้นกับอวัยวะเพศของคู่นอนเป็นกามวิปริต
13. ควรหลีกเลี่ยงการร่วมเพศในขณะตั้งครรภ์ (สำหรับความเชื่อในข้อนี้ทางการแพทย์แนะนำว่า ถ้าผู้หญิงไม่มีประวัติการแท้งบุตร สามารถมีเพศสัมพันธ์กับสามีได้ เพียงแต่ต้องดูท่าที่เหมาะสมกับอายุครรภ์เท่านั้น)
ทั้ง 13 ข้อที่กล่าวมานี้ เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หากใครมีความเชื่อเหล่านี้ก็ให้เปลี่ยนความเชื่อเสียใหม่ให้ถูกต้อง
การที่คุณและคู่ครองจะสามารถมีความสุขทางเพศด้วยกันทั้งสองฝ่าย และเป็นความสุขที่ปลอดภัย หรือปลอดโปร่งใจนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะพูดจาทำความเข้าใจกัน และหากมีข้อสงสัยก็ควรจะหาความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องจากหนังสือ หรือสอบถามได้จากนักวิชาการที่มีความรู้ในด้านนี้โดยตรง
การป้องกันตนเองจากภัยข่มขืน
ทุกวันนี้ ปัญหาการถูกข่มขืนเป็นมหันตภัยสำหรับผู้หญิงและเด็ก เพราะเป็นกลุ่มที่อ่อนแอกว่า จึงมักถูกเลือกเป็นเหยื่อเสมอ
ดังนั้นผู้หญิงและเด็กต้องพยายามปกป้องตัวเองด้วย ในยามที่ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ก็ต้องพยายามพึ่งตนเองให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการไปไหนมาไหนในที่เปลี่ยว โดยเฉพาะในยามวิกาล นอกจากนั้นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการแต่งตัวด้วยเพราะเสื้อผ้าที่เปิดเปลือยเนื้อเปลือยตัวมากเกินไป ก็อาจกระตุ้นความหื่นกระหายของผู้ชายบางคนได้
และถ้าได้เรียนรู้ศิลปะในการป้องกันตัวเองไว้บ้างก็จะดีทีเดียว หรือไม่ก็เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดจากประสบการณ์ของคนอื่นๆ ซึ่งอาจได้มาด้วยการฟัง การอ่าน รวมทั้งเรียนรู้เรื่องเล่ห์กลของเหล่าทรชนจากข่าวสื่อมวลชนให้มากด้วย
เรื่องอย่างนี้อาจเกิดขึ้นกับเราสักวันก็ได้ไม่มีใครรู้ แต่เมื่อถึงเวลานั้นสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจะช่วยในการตัดสินใจได้ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องผู้หญิงขับรถคนเดียวในที่เปลี่ยว ถ้าถูกรถคนอื่นชนก็ไม่ควรเปิดประตูลงมา หากเห็นท่าไม่ดีก็ให้บีบแตรดังๆ นานๆ หรือขับไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตัดสิน เพราะอาจถูกจี้และข่มขืนได้ เป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ หรือปลอดภัยไว้ก่อน
ที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุจวนตัวขึ้นมา คุณจำเป็นต้องคุมสติให้ดีอย่าตื่นกลัว ซึ่งอาจไม่ง่ายนัก แต่ถ้าตั้งสติได้ ท่าทีเฉยเมย ทำเป็นไม่สนใจและเย็นชา บึ้งตึง พร้อมทำท่ามีอาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในมือก็ช่วยได้มาก ในเวลาเดียวกันก็พยายามคิดหาทางออกว่าจะเรียกร้องให้คนอื่นมาช่วยเหลืออย่างไร เพราะถ้าตั้งสติไม่ได้ คุณจะลนลาน และคิดไม่ออกว่าจะช่วยตนเองให้หลุดพ้นจากสถานการณ์คับขันตรงนั้นอย่างไรดี
นอกจากนั้น สิ่งที่คุณอาจคาดไม่ถึงก็คือ ภัยจากคนใกล้ตัวนั่นเอง จึงอยากให้ระมัดระวังตรงจุดนี้ด้วย เช่น ไม่ควรอยู่ในที่รโหฐานกับเพศตรงข้ามตามลำพังสองต่อสอง แม้เขาจะเป็นคนรักของคุณก็ตาม
หลีกเลี่ยงการเสพของมึนเมา หรือเครื่องดื่มที่ทำให้คุมสติไม่ได้ และแม้ตัวคุณเองไม่ดื่ม แต่ถ้าคนที่อยู่กับคน เช่น คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนชาย มีการดื่มเหล้าหรือเสพยากันเมามาย ก็อาจเป็นอันตรายแก่คุณได้ รวมทั้งญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็ไม่ควรไว้วางใจมากเกินไป เพราะบางคนอาจทำมิดีมิร้ายกับลูกหลานของตนเอง ดังเช่นปรากฏเป็นข่าวให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ
มีหลายเรื่องทีเดียวที่คุณต้องเรียนรู้เพื่อป้องกันตนเองจากภัยการถูกข่มขืน ยิ่งรู้เท่าทันต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ และมีการป้องกันตัวเองได้มากเท่าไรก็จะปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
ปัญหาการหลั่งเร็ว
ปัญหาการหลั่งเร็วเป็นเรื่องของฝ่ายชายโดยเฉพาะ ปัญหานี้เกิดจากจิตใจของฝ่ายชายเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพราะความกลัวไปว่าตนเองไม่ได้ทำหน้าที่ผู้ชายอย่างสมบูรณ์ ตนเองเป็นผู้ชายที่อ่อนและหรือเกรงว่าภรรยาหรือคู่นอนจะไม่มีความสุข และอาจนอกใจไปมีชู้กับชายอื่น หรืออย่างน้อยๆ เธออาจตำหนิเขาได้ว่า ไม่สามารถทำหน้าที่ผู้ชายที่ดีได้
แท้จริงแล้วการหลั่งเร็วหรือช้าไม่ได้บอกว่าคุณเป็นผู้ชายที่ดีหรือไม่ดี การหลั่งช้าอาจทำให้เกิดปัญหายุ่งยากแก่ภรรยาหรือคู่นอนด้วยซ้ำไป และการหลั่งเร็วอาจทำให้เธอพึงพอใจก็ได้ ถ้าเธอต้องการเช่นนั้น และคุณมีความเข้าใจเรื่องการหลับนอนหรือการร่วมเพศดีพอ และสามารถปฏิบัติตามความเข้าใจนั้นได้ดีด้วย
การร่วมเพศเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันระหว่างชายหญิง เช่นเดียวกับการประกอบกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมนั้นจะสำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยดีก็ด้วยความรอบคอบละเอียดประณีต เห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่ต่างเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล เอื้ออาทรต่อกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วการหลั่งเร็วก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา
การไม่บรรลุจุดสุดยอด
การไม่บรรลุจุดสุดยอดของชายและหญิง เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของชีวิตสมรสที่ไม่เป็นสุข ทำให้หย่าร้างกันในที่สุด และมักทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะในกรณีคู่สมรสที่มีบุตร เป็นต้น
การไม่บรรลุจุดสุดยอดมักมีสาเหตุมาจากความไม่พร้อมทางกาย อาจเป็นเพราะไม่สบาย เจ็บไข้ หรือเหนื่อยมาก รวมทั้งความไม่พร้อมทางใจ เพราะตกอยู่ในอารมณ์กลัว โศกเศร้า สิ้นหวัง ขัดแย้ง หรือไม่สบายใจในรูปแบบต่างๆ
ความไม่พร้อมอื่นๆ เช่น บรรยากาศการหลับนอนหรือร่วมเพศไม่ดีพอ ร้อนหรือเย็นเกินไป หรือระแวงว่าจะไม่เป็นการส่วนตัว เป็นต้น
การบรรลุจุดสุดยอดของแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ผิดธรรมดา สัปดน หรือ แก่แดดแต่อย่างใด ถ้าคู่สมรสจะพูดคุยไต่ถามความต้องการของกันและกันไว้ แล้วปรับปรุงให้สอดคล้องต้องกันเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยความเข้าใจ และด้วยความรู้สึกเอื้ออาทรต่อกัน เชื่อว่าชีวิตรักของทั้งคู่จะมีความสุข แต่ถ้าได้พยายามแล้ว ไม่ดีขึ้น เห็นทีว่าจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อหาทางออกต่อไป
------------------------------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจากคู่มือรวมความรู้สุขภาพจิตจากบริการ 1667
![[[ที่นี่ล้านนา]] ศูนย์รวมหลากหลายเรื่องราวของชาวล้านนา](image/logo.gif)











ความเห็น